รถคลาสสิค ยุโรป

ในปัจจุบันมีการผลิตรถยนต์ออกมาจำนวนมากสู่ท้องตลาด เพื่อที่จะได้ให้เราได้เลือกรถในแบบที่เราต้องการ  ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีรถรุ่นใหม่เกิดขึ้น รถรุ่นก่อนหน้านี้ก็จะกลายเป็นรถรุ่นเก่า ที่จัดว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัย

แต่สิ่งที่ต่างกันคือช่วงของเวลาการฮิตของรุ่นรถที่ไม่นานก็ต้องเลิกฮิตไป…

แตกต่างจากสมัยก่อนนั้นที่รถแต่ละรุ่นนั้นทิ้งช่วงห่างกันนาน ฮิตกันยาว จนในปัจจุบันทำให้รถคลาสสิค ยุโรปกลายเป็นของยิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่าที่ทุกคนอยากมีไว้ในครอบครอง โดยรถคลาสสิค ยุโรป แนะนำได้แก่

Lozier Model 51 Seven Passenger Touring

Lozier Model 51 Seven Passenger Touring

โลซีเออร์51 เซเวน-แพสเซนเจอร์ ทัวริง รถรุ่นผ่านศึก ปี 1911 ที่เป็นรถรุ่นผ่านศึก ปี 1904-1918 ทีมีรูปลักษณ์ที่มีการพัฒนามาจากรถรุ่นก่อนหน้านี้ ทำให้ตัวรถมีลักษณะที่ต่ำลง แต่ยังคงความเป็นรูปทรงตั้ง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ซึ่งห้องโดยสารจะอยู่ในระดับเดียวกันกับเครื่องยนต์ ส่วนในเรื่องของโครงตัวถังสร้างด้วยไม้ บุโลหะเนื้ออ่อนและทองเหลือง

และเนื่องจากในช่วงต้นศตวรรษมีการใช้รถยนต์น้อย เมื่อเกิดสงครามโลกรถเกือบทั้งหมดจึงถูกนำมาใช้ในสนามรบจนทำให้เกิดความเสียหายเกือบทั้งหมด

แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกนำมาปรับปรุงจึงส่งผลทำให้ รถรุ่นนี้กลายเป็นรถคลาสสิค ยุโรป ที่หลายคนต้องการที่จะครอบครองเพราะหาอยาก และหลังจากนั้นรถอีกหนึ่งรุ่นที่จัดว่าเป็นรถคลาสสิค ยุโรป นั้นก็คือ

 

BMW 3-Series E30

BMW 3-Series E30 รถคลาสสิค ยุโรป ที่ใครๆก็รู้จักกันดี

ซึ่งในยุคนั้นจัดว่าเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน  ในรถคลาสสิค ยุโรปรุ่นนี้มีการออกแบบให้เหมือนกับของเดิม ในเรื่องของเบาะนั่งที่สามารถปรับส่วนรองน่องให้สามารถรับกับขาได้  และในปี 1984 ก็ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายรถ  BMW  โดยจุดเด่นของรถอยู่ที่การออกแบบในเรื่องของรูปทรง

และเมื่อก่อนนั้นเบนซ์ยังไม่ยอมนำ 190E  ส่งผลทำให้คู่แข่งยุโรปรายอื่นมีแต่ยี่ห้อ จึงทำให้รถคลาสสิค ยุโรปรุ่นนี้สามารถจับตลาดได้หลายกลุ่ม  แถมในเรื่องของราคาค่าตัวก็ไม่ได้ห่างจากรถญี่ปุ่นเท่าไหร่ จึงทำให้เป็นที่นิยม

 

ทั้งหมดนี้คือ รถคลาสสิค ยุโรป ที่ได้รับความนิยม และต้องบอกว่ายังมีรถคลาสสิค ยุโรปอีกหลายรุ่น ที่เรายังไม่ได้นำมาเสนอ แต่อย่างไรก็ดีสิ่งที่ทำให้รถคลาสสิค ยุโรป ได้รับความนิยมอย่างเห็นได้ชัดนั้นก็คือ เรื่องของรูปทรงและเทคโนโลยีในการงขับเคลื่อน  แถมเรื่องของการออกแบบภายในที่สามารถทำให้ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่เบื่อ เพราะฉะนั้นแล้วก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมหลายๆคนจึงชื่นชอบในรถคลาสสิค ยุโรป และตื่นเต้นทุกครั้งที่พบกับรถคลาสสิค ยุโรป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *